พระระเบียงและจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2565

   พระระเบียงและจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์พระระเบียงจะล้อมรอบปูชนียสถานทั้งหมดของวัดไว้ภายในยกเว้นพระปรางค์ ๖ องค์ ซึ่งในอดีตพระปรางค์ทั้ง ๘ องค์ ตั้งอยู่ภายนอกพระระเบียง ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการขยายฐานไพทีมาทางด้านทิศตะวันออก ทำให้ต้องขยายพระระเบียงหักมุมโอบล้อมพระปรางค์องค์ที่ ๓ และ ๔ ไว้ภายในวัดภายในพระระเบียงตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ เป็นจิตรกรรมไทยแบบประเพณี เขียนด้วยสีฝุ่น ครั้งแรกเขียนขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมามีการเขียนซ่อมอีกหลายครั้ง แต่ที่ปรากฏในปัจจุบันเป็นการเขียนซ่อมในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยภาพทั้งหมด ๑๗๘ ห้องภาพ โดยห้องแรกเริ่มต้นที่ด้านหน้าพระวิหารยอด และลำดับภาพมาทางขวามือหรือเวียนทักษิณาวรรต

ห้องที่ ๖๐ กุมภกรรณออกรบกับพระลักษมณ์ พระลักษมณ์ต้องหอกโมกขศักดิ์

            กุมภกรรณกลับไปทูลทศกัณฐ์เรื่องที่มีอุปสรรคลับหอกโมกขศักดิ์ไม่สำเร็จ ทศกัณฐ์สงสัยจะเป็นอุบายของพิเภก ทำให้กุมภกรรมแค้นใจคิดจะแก้มือให้ได้ ครั้นยกทัพออกรบในวันรุ่งขึ้นพระรามสั่งพระลักษมณ์ออกต่อสู้ด้วย พระลักษมณ์แผลงศรถูกรถทรงของกุมภกรรณหัก กุมภกรรณตกจากรถ เกิดความโมโห พุ่งหอกโมกขศักดิ์ต้องอกพระลักษมณ์ล้มลงสิ้นสติสุครีพตกใจวิ่งเข้าประคองไว้ ฝ่ายองคต หนุมาน และวานรสิบแปดมงกุฎกริ้วโกรธ เข้าตะลุมบอนต่อสู้กับทหารยักษ์จนพลบค่ำกุมภกรรณสั่งให้เลิกทัพกลับเข้าเมือง ทูลรายงานทศกัณฐ์ว่าพระลักษมณ์ต้องหอกโมกขศักดิ์สิ้นชีวิตแล้ว

ห้อง ๖๑ หนุมานเก็บสรรพยาแก้ฤทธิ์หอกโมกขศักดิ์

           สุครีพให้นิลนนท์กลับไปทูลพระรามว่า พระลักษมณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์ของกุมภกรรณพระรามตกพระทัยสั่งนิลนนท์นำเสด็จไปที่สนามรบ แต่นิลนนท์พาหลงเวียนวนในป่า จนพระรามพิโรธแผลงศรจันทวาทิตย์เกิดเป็นพระจันทร์ ๓ ดวง ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ พระรามจึงเสด็จถึงสนามรบเข้าประคองพระลักษมณ์ด้วยความอาลัยรัก พิเภกทูลแนะนำตัวยาแก้ฤทธิ์หอกโมกขศักดิ์ซึ่งต้องรีบนำมาให้ได้ก่อนรุ่งเช้า พระรามสั่งหนุมานไปห้ามพระอาทิตย์อย่าเพิ่งส่องแสงแล้วให้ไปเก็บสังกรณี ตรีชวาที่ยอดเขาสรรพยากับขอน้ำปัญจมหานทีจากพระพรตพระสัตรุดที่กรุงอโยธยามาให้พิเภกประกอบยาแก้ถอนพิษหอกโมกขศักดิ์

ห้องที่ ๖๒ กุมภกรรณอาสาทำพิธีทดน้ำ

          กุมภกรรณทราบว่าพระลักษมณ์รอดชีวิตแล้วก็โกรธแค้น ลาทศกัณฐ์ไปร่ายเวทประกอบพิธีทดน้ำเหนือทัพศัตรู ปิดกั้นลำน้ำมิให้ไหลลงมา เพื่อทัพพระรามจะได้อดน้ำตายโดยไม่ต้องฆ่าฟันก่อนออกเดินทาง กุมภกรรณสั่งนางคันธมาลีกับนางกำนัลที่ใกล้ชิดอีก ๔ ตน เก็บดอกไม้ไปส่งยังสถานที่ประกอบพิธีและมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด

ห้องที่ ๖๓ หนุมานล้างพิธีทดน้ำของกุมภกรรณ

        ทหารวานรเห็นแม่น้ำแห้งเหือดก็ประหลาดใจจึงเข้าเฝ้าทูลรายงานพระราม พิเภกว่าเป็นเพราะกุมภกรรณทำพิธีทดน้ำ แล้วแนะนำให้หนุมานไปทำลายพิธี หนุมานแปลงกายเป็นเหยี่ยวไปถึงปราสาทกุมภกรรณแล้วแปลงเป็นนางกำนัลหลอกถามสถานที่กระทำพิธีทดน้ำ เมื่อทราบว่ามีแต่นางคันธมาลีกับพวกอีก ๔ ตนเท่านั้นที่ทราบเรื่อง หนุมานจึงแปลงกายเป็นเหยี่ยว สังหารนางกำนัลที่มีหน้าที่เก็บดอกไม้ตนหนึ่ง แล้วสวมรอยปลอมตัวเข้ากับพวกนางกำนัลที่เหลือไปส่งดอกไม้ให้กุมภกรรณครั้นถึงสถานที่กระทำพิธี หนุมานก็แผลงฤทธิ์คืนร่างเดิมแต่ตัวสูงใหญ่ เข้าต่อสู้กับกุมภกรรณ กุมภกรรณสู้ไม่ได้จึงเหาะหนีกลับกรุงลงกา

ห้องที่ ๖๔ กุมภกรรณออกรบกับพระราม ถูกพระรามฆ่าตาย

         กุมภกรรณขึ้นเฝ้าทศกัณฐ์ ทูลเรื่องที่ถูกหนุมานตามไปทำลายพิธีทดน้ำจนเกิดความเจ็บแค้นแทบสิ้นชีวิต ถึงรุ่งเช้า กุมภกรรณยกทัพจะออกรบ เกิดลางร้ายต่างๆ ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นใจ ฝ่ายพระรามเสด็จนำกองทัพเข้าต่อสู้ ทรงแผลงศรพรหมาสตร์ต้องกุมภกรรณล้มลงยังไม่สิ้นชีวิตทันที แลเห็นพระรามมีรัศมีสีเขียว มีสี่กร ทรงเทพอาวุธ จึงรู้ว่าเป็นองค์นารายณ์อวตาร ก็บังคมไหว้ทูลร้องขออภัยโทษและฝากฝังพิเภกกับพระองค์ แล้วจึงสิ้นชีวิต

ห้องที่ ๖๕ ทศกัณฐ์ให้อินทรชิตออกรบกับพระลักษมณ์

            ทศกัณฐ์บอกอินทรชิตว่ากุมภกรรณถูกพระรามฆ่าตาย อินทรชิตแค้นใจและทะนงตนว่าตัวเองเก่งกล้าจึงอาสาไปรบ เมื่อทศกัณฐ์อวยพรให้มีชัยแก่ศัตรูแล้วอินทรชิตก็ไปลานางมณโฑผู้เป็นมารดา นางมณโฑรู้สึกอัดอั้นตันใจด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่อาจจะห้ามปรามได้เพราะเกรงทศกัณฐ์จึงได้แต่เตือนลูกว่า “เมื่อก่อนนี้พระรามเพียงลำพังคนเดียว ยังฆ่าทูษณ์ขร และตรีเศียรได้ แต่บัดนี้ยังมีไพร่พลวานรอีกเล่า” แต่อินทรชิตก็มิได้เชื่อคำมารดา

ห้องที่ ๖๖ อินทรชิตออกรบกับพระลักษมณ์ครั้งแรก

            อินทรชิตยกทัพออกมา พระรามปรึกษาพิเภกรู้ว่าอินทรชิตเป็นผู้มีฤทธิ์และมีอาวุธคือศรที่พระเป็นเจ้าทั้งสามประทานให้ พวกวานรไม่มีใครสู้ได้ จึงให้พระลักษมณ์นำทัพออกไปรบ อินทรชิตแผลงศรถูกหนุมานล้มลง เมื่อสุครีพองคต และทหารสิบแปดมงกุฎเข้าต่อสู้ก็ถูกศรอินทรชิตล้มลงอีกพระลักษมณ์ต้องแผลงศรเป็นสายลมอ่อนๆ ช่วยให้ทั้งหมดฟื้นขึ้นมา และศรของพระลักษมณ์ยังมีฤทธิ์ทำให้รถอินทรชิตหักลงทั้งทำให้ราชสีห์สารถีและเหล่าทหารยักษ์ตายสิ้น ที่สุดอินทรชิตแผลงศรเป็นไฟไหม้ลามล้อมเหล่าวานร แต่พระลักษมณ์แผลงศรเป็นฝนมาดับไฟได้ และศรนั้นยังไปปักอกอินทรชิตได้รับความทรมาน อินทรชิตจึงร่ายเวทเป่ามนต์ให้ศรหลุดออกและหายเจ็บปวด พอดีเป็นเวลาพลบค่ำอินทรชิตจึงบอกยุติการสู้รบ แล้วต่างพากันยกทัพกลับไป

ห้องที่ ๖๗ อินทรชิตลาทศกัณฐ์ไปชุบศรนาคบาศ

           อินทรชิตลาทศกัณฐ์ไปทำพิธีชุบศรนาคบาศเป็นเวลาเจ็ดวันในโพรงต้นโรทันอันเป็นต้นไม้วิเศษขึ้นอยู่บนยอดเขาอากาศ เพื่อให้ศรมีฤทธิ์ฆ่าศัตรูได้ ระหว่างนี้ขอให้ทศกัณฐ์จัดคนไปสู้รบแทนเมื่ออินทรชิตร่ายเวท ด้วยอำนาจแห่งมนตราทำให้พวกนาคทั้งหลายเกิดความร้อนรนพากันมาคายพิษลงที่ศรนาคบาศนั้น

ห้องที่ ๖๘ ทศกัณฐ์ให้มังกรกัณฐ์ออกรบ

             ทศกัณฐ์ให้ไปตามหลานชื่อมังกรกัณฐ์เจ้าเมืองโรมคัลลูกของพญาขร มาช่วยรบในระหว่างที่อินทรชิตกำลังชุบศรนาคบาศอยู่ มังกรกัณฐ์ยินดีอาสาออกรบ ทศกัณฐ์จึงให้จัดเลี้ยงมังกรกัณฐ์และทหารเมืองโรมคัลทั้งปวง ครั้นรุ่งเช้ามังกรกัณฐ์ก็นำทัพไปด้วยใจฮึกเหิมลำพอง

ห้องที่ ๖๙ พระรามแผลงศรสังหารมังกรกัณฐ์

     พระรามได้ยินเสียงทัพดังสนั่นหวั่นไหวจึงตรัสถามพิเภก พิเภกทูลว่าเป็นทัพของมังกรกัณฐ์ลูกพญาขรซึ่งมีความเก่งกล้าสามารถมาก ขอให้พระรามเป็นแม่ทัพยกทัพออกไปเอง พระรามจึงนำทัพออกไป มังกรกัณฐ์แผลงศรเจาะเกราะแก้วของพระรามเข้าไปได้ แต่มิได้ระคายผิวพระรามและลูกศรนั้นได้ไปลอยอยู่บนฟ้า พระรามจึงแผลงศรไปทำลายศรมังกรกัณฐ์แหลกละเอียด และยังทำให้พลยักษ์ตายลงทั้งสิ้น มังกรกัณฐ์กลัวตายจึงหนีไปแอบในก้อนเมฆ และเนรมิตร่างแปลงเต็มท้องฟ้า พระรามสั่งศรพรหมาสตร์ให้ไปฆ่าตัวจริง ศรพรหมาสตร์ก็พุ่งตรงไปตัดศีรษะมังกรกัณฐ์ขาดกระเด็นถึงแก่ความตาย

ห้องที่ ๗๐ ทศกัณฐ์ให้วิรุญมุขออกขัดตาทัพ

ทศกัณฐ์ให้หลานชื่อวิรุญมุข ลูกของวิรุญจำบังยกทัพไปตั้งรับพวกศัตรูไว้รอจนกว่าอินทรชิตจะยกทัพกลับมา

ห้องที่ ๗๑ อินทรชิตเสียพิธีชุบศรนาคบาศ เพราะชามพูวราชแปลงกายเป็นหมีมาทำลายพิธี

            พระรามถามพิเภกด้วยความสงสัยว่าเหตุใดอินทรชิตจึงมิได้ออกมารบหลายวันแล้ว พิเภกทูลว่าอินทรชิตไปทำพิธีชุบศรนาคบาศในโพรงต้นโรทันบนยอดเขาอากาศคีรีได้สามวันแล้ว ถ้าครบเจ็ดวันจะมีฤทธิ์มาก ต้องให้หมีไปทำลายต้นโรทันเพื่อทำลายพิธี ชามพูวราชทหารพระรามขออาสาแปลงเป็นหมีไปกัดต้นโรทันหักสะบั้นลง แล้ววิ่งหลอกล่อให้อินทรชิตไล่ตาม พวกนาคที่มาคายพิษใส่ลูกศรก็ตกใจเลื้อยหนีไป อินทรชิตยกทัพจะไปรบด้วยความโกรธแค้นเมื่อพบกับวิรุญมุขรู้ว่ามังกรกัณฐ์ผู้เป็นน้องชายถูกฆ่าตายก็โกรธมาก ได้รบกับทัพพระลักษมณ์ แล้วสั่งให้วิรุญมุขรบต้านทานไว้ตนจะร่ายเวทปลุกศรเป็นเวลาชั่วโมงหนึ่ง วิรุญมุขจึงหายตัวทั้งคนทั้งม้าเที่ยวไล่แทงเหล่าวานรตาย พิเภกบอกให้พระลักษมณ์แผลงศรเป็นตาข่ายเพชรวิรุญมุขล้อมวิรุญมุขไว้ และให้หนุมานไปจับตัวมาถวายพระลักษมณ์